มข. ตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กรสมรรถนะสูง! จัดเต็มวันที่สี่ โครงการ “Managerial Competency” ชูแนวคิดยกระดับกระบวนการทำงานสู่ความเป็นเลิศ (TQA/EdPEx) ผสานศิลปะการบริหารบุคลากรมุ่งผลสัมฤทธิ์

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงเดินหน้าปฏิวัติแนวคิดและติดอาวุธทางปัญญาด้านการบริหารจัดการอย่างก้าวกระโดด ให้แก่กลุ่มผู้บริหารระดับต้นและระดับกลางอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ โครงการ “พัฒนาสมรรถนะการเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ (Managerial Competency)” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรด้าน Human Resource Management Transformation โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมอุดร วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น การอบรมได้เดินทางเข้าสู่วันที่สี่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการนำวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และความเข้าใจในตัวบุคคลจากวันก่อนหน้า มาหลอมรวมเข้ากับ “ระบบและกระบวนการทำงานจริง” ภายใต้หัวข้อสุดเข้มข้น “การยกระดับกระบวนการทำงานสู่ความเป็นเลิศ (Process Improvement for Excellence)” เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และตอบโจทย์แผนยุทธศาสตร์การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ถอดรหัส DNA แห่งความเป็นเลิศทางองค์กร (TQA & EdPEx) ช่วงเช้าของการอบรม เป็นการเปิดมุมมองภาพใหญ่มิติการบริหารจัดการองค์กรระดับสากล โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ศักดา วราอัศวปติ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายแผนและประกันคุณภาพ เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “แนวคิดการบริหารจัดการคุณภาพองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (TQA, EdPEx) สำหรับหัวหน้างาน” วิทยากรได้ฉายภาพให้ผู้เข้าอบรมเห็นอย่างชัดเจนว่า เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) และรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) ไม่ใช่เพียงเอกสารสำหรับการประเมิน หรือกระดาษที่ทำขึ้นเพื่อรับรองการประกันคุณภาพเท่านั้น แต่คือ “กรอบความคิด (Mindset)” และ “เข็มทิศ” ที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้หัวหน้างานสามารถทบทวนกระบวนการทำงานในหน่วยงานของตนเองอย่างเป็นระบบ (Systematic Approach) ช่วยให้มองเห็นจุดแข็งที่ต้องต่อยอด และจุดอ่อนหรือคอขวด (Bottleneck) ที่ต้องเร่งแก้ไข ผู้บริหารยุคใหม่จึงต้องเข้าใจกระบวนการสร้างคุณค่า (Value Creation) การลดขั้นตอนที่สูญเปล่า (Lean) และการนำสถิติตัวชี้วัดมาปรับปรุงงาน เพื่อนำพาทีมก้าวข้ามกรอบการทำงานแบบเดิมๆ สู่การตอบสนองความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้อย่างเหนือความคาดหมาย

ปลดล็อกศักยภาพคน สู่การบริหารงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ เมื่อมีระบบและกระบวนการที่ดีแล้ว “คน” คือฟันเฟืองที่จะทำให้ระบบนั้นเดินหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในช่วงต่อมาจึงเป็นการปรับโฟกัสมาสู่มิติของการบริหารบุคลากร โดยได้รับเกียรติจาก นายสถิตย์ แก้วบุดตา ผู้อำนวยการกองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการบริหารทีมงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results-Based Management)” วิทยากรได้เจาะลึกถึงหลักการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลยุคใหม่ ที่เน้นการทะลุขีดจำกัดเดิมๆ ผนวกกับหัวข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับคนเป็นหัวหน้า นั่นคือ “การมอบหมายงาน ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน” ซึ่งถือเป็นศิลปะขั้นสูง ผู้อำนวยการกองทรัพยากรบุคคลได้ชี้ให้เห็นว่า การมอบหมายงานไม่ใช่การผลักภาระ แต่คือการพิจารณามอบหมายงานให้ตรงกับความถนัดและศักยภาพของลูกน้อง (Put the right man on the right job) พร้อมทั้งสอนเทคนิคการติดตามงานที่ไม่สร้างความอึดอัดหรือจ้องจับผิด (Micromanagement) แต่เป็นการทำหน้าที่เสมือนโค้ช (Coaching) ที่คอยสนับสนุนและทลายอุปสรรคให้ทีม รวมถึงเทคนิคการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และใช้การประเมินเพื่อ “พัฒนา” มากกว่าการจับผิด เพื่อให้บุคลากรเกิดแรงจูงใจ เติบโตไปพร้อมกับองค์กร และสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมกัน (Accountability)

จากสถานการณ์จริง สู่ห้องปฏิบัติการแก้ปัญหา (Intensive Workshop) เพื่อเป็นการตอกย้ำความเข้าใจและเปลี่ยนทฤษฎีบนหน้ากระดาษให้กลายเป็นทักษะที่ปฏิบัติได้จริง ช่วงบ่ายของการอบรมจึงถูกจัดให้เป็นกิจกรรม Workshop สุดท้าทาย นำทัพโดย นายสถิตย์ แก้วบุดตา ผู้อำนวยการกองทรัพยากรบุคคล โดยมีกติกาที่กระตุ้นความตื่นตัวคือ ให้ผู้เข้าอบรมแต่ละกลุ่ม “เลือกปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและเรื้อรังมานานในหน่วยงานของตนเอง 1 อย่าง” ขึ้นมาตั้งเป็นโจทย์

จากนั้นผู้เข้าอบรมจะต้องใช้เครื่องมือการพัฒนาคุณภาพระดับสากลที่เพิ่งได้เรียนรู้ (เช่น การทำ Root Cause Analysis, แผนผังก้างปลา Fishbone Diagram หรือเทคนิค 5 Whys) ในการขุดค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา แทนการใช้วิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบเดิมๆ พร้อมทั้งให้ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการวิเคราะห์ โครงร่างกระบวนการทำงานใหม่ และแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อที่ประชุม กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เกิดการระดมสมองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามสายงานเท่านั้น แต่มันยังได้สร้าง “พิมพ์เขียว” ของทางออก ที่ผู้บริหารสามารถนำกลับไปสั่งการและแก้ไขปัญหาในหน่วยงานของตนเองได้ทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น

ความสำเร็จของการจัดการอบรมในวันที่สี่นี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างผู้บริหารยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล แต่ต้องเป็นนักปฏิบัติกางแผนที่ สามารถนำเครื่องมือบริหารจัดการคุณภาพระดับโลกมาอุดรอยรั่วของการทำงาน ควบคู่ไปกับศิลปะการมอบหมายงานและประเมินผลคนได้อย่างเฉียบขาด ซึ่งสมรรถนะทั้งหมดนี้จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่จะพลิกโฉม (Transform) กระบวนการทำงานของทุกส่วนงาน และเร่งสปีดพามหาวิทยาลัยขอนแก่นพุ่งทะยานสู่องค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization) ระดับโลกได้อย่างยั่งยืนและสง่างาม

ดาว์นโหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://storage.kku.ac.th/share.cgi?ssid=0b54ea213ec54d42b3780265c7042cf5